Festival
Leave a Comment

10 สิ่งควรรู้ก่อนไป Coachella ปีนี้ (Coachella Survival Guide)

เฮลโหลลลลลล ตื่นเต้นมาก เดือนหน้าก็จะถึง Coachella อีกแล้ว ปีนี้ Weekend 1 จัดวันที่ 14-16 เมษา ส่วน Weekend 2 วันที่ 21-23 เมษา เราเลยเอา Survival Guide แล้วก็บรรยากาศงานปีที่แล้วมาฝาก เผื่อคนที่กำลังจะไป จะได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม จะได้ไปสนุกกับงานแบบเต็มที่สุดๆไปเลยยยยยยยยย

1. Line-upcoa_2017_1800x2400_v41ปีนี้ Headliners คือ Radiohead, Lady Gaga (ซึ่งมาแทน Beyonce) และ Kendrick Lamar ส่วนศิลปินอื่นๆ ชอบศิลปินไหน ไปดูศิลปินนั้น รอ Timetable ออก แล้ววางแผนว่าจะดูใครบ้าง ก่อนไปถึงงาน จะได้ไม่พลาดศิลปินที่เราอยากจะดูนะ

2. การเดินทางIMG_9144
สำหรับคนที่มีบัตรในปีนี้แล้ว สงสัยว่าจะไปยังไง สถานที่จัดงาน Coachella จะตั้งอยู่ที่ Empire Polo Club เมือง Indio รัฐ California ที่อยู่ตามนี้เลย 81-800 Avenue 51 Indio, CA 92201
จากสนามบิน LAX จะมี Shuttle รับ-ส่งจากงาน ขาละ 70$ (2,450฿) สำหรับคนที่จะตรงดิ่งไป Camping เลย หรือ จะไปโรงแรมที่พักแถว Palm Springs ก็ได้
จากโรงแรมใน Palm Springs มี Shuttle แบบบุฟเฟ่ ไป-กลับงานกี่ครั้งและเมื่อไหร่ก็ได้ ในช่วงที่รถให้บริการราคา 75$ (2,625฿)
เช่ารถ ขับจากในตัวเมือง LA หรือเมืองอื่นๆไปในงาน ถ้าขับจาก Downtown LA ใช้เวลาขับประมาณ 2 ชม. กว่าIMG_9166.jpgป้ายของ Shuttle ที่จอด ตามหน้าโรงแรมเป็นแบบนี้
IMG_9527หน้าตา Shuttle เป็นแบบนี้IMG_9173
เส้นทางของ Shuttle จากงานกลับไปยังโรงแรมและที่อื่นๆ

3. บัตรเข้างาน
IMG_9164
จะมาเป็นกล่อง Package สวยงาม คุ้มค่ากับค่าบัตรที่เราเสียไป ข้างในก็จะมี wristband รายละเอียดของงาน แล้วก็ของเล่นนิดๆหน่อย คนไทยที่ซื้อผ่านเวป Coachella เค้าจะไม่ได้ shipping มาที่เมืองไทย ต้องไปเอาที่ Will Call ตั้งอยู่ที่
Indian Wells Tennis Garden
78200 Miles Avenue, Indian Wells, CA 92210
สำหรับคนที่ซื้อแบบเป็น Hotel Package สามารถไปรับบัตรเข้างานได้ที่โรงแรมที่จองได้เลย จะมีบูทของทาง Coachella ตั้งอยู่ให้บริการ
ส่วนที่กำลังแพลนว่าจะไปปีหน้า จะมีขายบัตร 2 ช่วง
– Advanced Sale ช่วงหลังจบงานไป 1 เดือน ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม
– General Sale ช่วงต้นปีหน้า ประมาณต้นเดือนมกรา หลังจากประกาศ line up
ราคาบัตร  General Admission 399$ (14,000฿) VIP 899$ (31,465฿)

4. ที่พักIMG_0414.jpg
คนที่จะไปปีนี้ น่าจะจองที่พักกันไปหมดแล้ว เพราะว่ายิ่งจองช้า ที่พักยิ่งหายาก และแพง ส่วนคนที่ยังไม่มีที่พัก แนะนำให้พักที่
โรงแรมแถว Palm Springs ราคาตั้งแต่คืนละ 3,000 บาทขึ้นไป
Airbnb ลองหาที่ใกล้ที่จัดงาน Coachella หรือแถวๆ Palm Springs จะได้นั่งรถ Shuttle ไป-กลับงานได้ จะได้ไม่ต้องขับรถไป-กลับงาน มีตั้งแต่คืนละ 1,500 บาทขึ้นไป
Camping ในงาน ซื้อพร้อมกับช่วงที่ขายบัตร ตอนนี้ Sold Out ไปแล้ว
IMG_9168
ปีที่แล้ว เราซื้อแบบ Hotel Package พักที่ Riviera Resort & Spa Palm Springs
IMG_9179.jpgบรรยากาศโซน Camping จากด้านนอก

5. สิ่งอำนวยความสะดวกIMG_9533ใครขี้เกียจเดินเข้างานมีรถแบบนี้บริการด้วย
IMG_9654.jpgมีปลั๊กไฟ ให้ชาร์ตแบตIMG_9590.jpgมี Wifi เป็นบางจุด
นอกจากนั้นยังมีที่เติมน้ำฟรี อย่าลืมเอากระบอกน้ำมาด้วย เพราะวันๆนึงกินน้ำเยอะมาก ประหยัดเงินค่าน้ำไปได้เยอะเลย ปกติน้ำเปล่าปกติขวดละ 2$ (70฿) แน่ะ

6. อาหาร/เครื่องดื่ม/แอลกอฮอล์
IMG_9220ค่าครองชีพในงานสูงมาก ราคาอาหารที่งานค่อนข้างแพง อย่างอันนี้ Crab Fries 11$ (385฿) อาหารอย่างอื่นๆ เช่น Burger 16$ (560฿), BBQ Sandwiches Pull Pork 13$ (455฿), Brussels Sprouts 12$ (420฿) เป็นต้น

ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ พวก น้ำอัดลมโค้กเป๊ปซี่ 5$ (175฿) เครื่องดื่ม Alcohol เบียร์ Heineken 9$ (315฿) Craft Beer 10$+ (350฿+) Cocktail 15$+ (525฿) ต้องเสียเงินไปเยอะมากกว่าจะเมา 55555

ข้อเสียของ Coachella อย่างนึงคือ ต้องกินเครื่องดื่ม Alcohol ใน Beer Garden เท่านั้น ห้ามเอาออกมาจากบริเวณนั้นเด็ดขาด เลยเอามากินหน้าเวทีตอนดูดนตรีไม่ได้ ดังนั้นแพลนเวลากิน Alcohol ดีดีนะIMG_9664
IMG_9566IMG_0015IMG_9213
คนที่ขาดกาแฟไม่ได้ มี Blue Bottle มาเปิดด้วย IMG_0139
ไม่ต้องกลัวว่าจะกินไม่ได้ มีอาหารทุกประเภทเลย ผัดไท ก็ยังมี 5555IMG_9598IMG_9595IMG_0058
อันนี้ของหวาน กินแล้วรีเฟรชมากกกกกกกกกกกกกกก

7. Art InstallationsIMG_9604
ในแต่ละปีจะมี ผลงานศิลปะชิ้นใหญ่ๆ มาวางอยู่ในงาน ให้เราได้ถ่ายรูปกัน ปีนี้ไปลุ้นกันว่าจะเป็นผลงานอะไรบ้างงงงง เรามาดูของปีที่แล้วไปพรางๆก่อนIMG_9605IMG_0092IMG_0103IMG_0091IMG_9608IMG_9600IMG_9603IMG_0071IMG_0074IMG_0114IMG_9188ตอนกลางคืนมีไฟ สวยไม่แพ้ตอนกลางวันเลยIMG_9439IMG_9963IMG_9966

8. แผนที่ในงานCoachella-2016-Festival-Mapอันนี้ของปีที่แล้ว ลองดูกันคร่าวๆ ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ไปแล้วจะได้ไม่หลง มีที่ขายของที่ระลึก มีห้องน้ำตามจุดต่างๆ, ตู้ ATM, ที่เติมน้ำ, ที่หลบแดด, จุดขายอาหาร, Wifi และอื่นๆ ซึ่งของปีนี้น่าจะไม่ต่างจากนี้มาก โดยเฉพาะที่ตั้งของเวที
IMG_9539IMG_9992IMG_9536IMG_9559IMG_9541IMG_9558IMG_0062IMG_0026IMG_9586IMG_9201IMG_9602IMG_9180

9. เวที/ดนตรีIMG_9319
มีทั้งหมด 6 เวที
Coachella Stage เวทีใหญ่ที่สุดในงาน Headliners จะเล่นที่เวทีนี้
● Outdoor Theatre เวทีที่ใหญ่อันดับ 2 ของงาน ศิลปินที่ดังกลางๆ จะอยู่เวทีนี้
● Gobi Tent เป็นศิลปินที่ยังไม่ค่อยดังมาก แนวเพลง Electronic/Alternative/Indie
Mojave Tent เป็นศิลปินที่เป็นที่ีรู้จักกว่า Gobi แต่ก็ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมาก แนวเพลง Electronic/Alternative/Indie
Sahara Tent สำหรับคนชอบเพลง EDM และ House เต้นกันทั้งวันทั้งคืน
● Yuma Tent ไม่ใหญ่เลย ข้างในมีแอร์ มืดๆ เป็นเหมือนผับ เป็น DJ แนว Deep House, Techno
Do-Lab ไม่เชิงเป็นเวที แต่เป็นซุ้ม DJ เปิดเพลงแนว Ambient เพลงดีมาก มีฉีดน้ำด้วย เหมือนมาเล่นสงกรานต์ 5555
อ่ะมาดูบรรยากาศแต่ละเวทีกัน เราแบ่งเป็นแต่ละวันนะ

DAY1
IMG_0148IMG_0152IMG_0163IMG_0168IMG_0190IMG_0209IMG_0210IMG_0237IMG_0240IMG_0242IMG_0255IMG_0258IMG_0270IMG_0293IMG_0313IMG_0315IMG_0317IMG_0348IMG_0359IMG_0372IMG_0378IMG_0387

DAY2
IMG_9226IMG_9243IMG_9245IMG_9268IMG_9287IMG_9310IMG_9323IMG_9342IMG_9343IMG_9349IMG_9355IMG_9356IMG_9363IMG_9365IMG_9371IMG_9373IMG_9392IMG_9393IMG_9412IMG_9425IMG_9433IMG_9438IMG_9446IMG_9447IMG_9449IMG_9451IMG_9457IMG_9461IMG_9466IMG_9480IMG_9486IMG_9504IMG_9505IMG_9514IMG_9516

DAY3IMG_9627IMG_9631IMG_9641IMG_9667IMG_9678IMG_9711IMG_9714IMG_9736IMG_9732IMG_9759IMG_9769IMG_9786IMG_9806IMG_9833IMG_9858IMG_9879IMG_9882IMG_9895IMG_9915IMG_9935IMG_9936IMG_9939IMG_9954IMG_9959

10. Tips for Coachella First Timer
ไม่ควรบินจากเมืองไทย แล้วไป Coachella เลย จะ Jetlag แรงมาก ไม่สนุกแน่ๆ ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะ 3 วัน 3 คืน เหนื่อยมากๆ
อย่าลืมว่า เราจะมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 1-2 ใบ ควรนัดกับเพื่อนให้ดี เพื่อที่กระเป๋าจะได้ยัดใส่รถได้ จะเช่ารถเล็ก รถ SUV หรือรถตู้ค่อยว่ากันอีกที ตามจำนวนคนที่ไป หรือถ้านั่ง Airport Shuttle ไม่ควรเอาของไปพะรุงพะรังมาก เพราะเวลาลง Shuttle เดินเข้าไปโซน Camping หรือโรงแรม บางที่จะค่อนข้างไกล
ผ้าปิดปากปิดจมูกสำคัญมาก และแว่นตากันแดด ฝุ่นกับทรายเยอะมาก บางทีจะมีพายุพัดทรายหมุนติ้วๆขึ้นมาเป็นช่วงๆ ฝุ่นชอบเข้าตา วันที่ 2 เราใส่ๆถอดๆที่ปิดจมูก กลับถึงที่พักตอนกลางคืนจมูกเลือดออกเลย
ครีมกันแดดอย่าลืมทา เรากลับมาตัวดำปิ๊ดปี๋เลย UV ที่นั่นรังสีทำลายล้างแรงมากๆ
ไม่ควรใส่รองเท้าแตะ เพราะจะโดนเหยียบทีน ควรใส่รองเท้าสบายๆ เพราะเดิน+เต้นเยอะมาก (ส้นสูงนี่ไม่ควรสุดๆ)
ในงานห้ามนำอาหาร ขนม เครื่องดื่มจากภายนอก ไม้เซลฟี่ กล้องที่ถอดเลนส์ได้ สัตว์เลี้ยง ร่ม ปืนฉีดน้ำ ป้ายไฟเชียร์ศิลปิน และยาเสพติดทุกชนิดไม่ควรเอาไป มีคนบอกว่ามีตำรวจ Undercover อยู่ตามที่ต่างๆด้วย กฎหมายที่ California เคร่งมาก ไม่ควรเสี่ยงจริงๆ
เอากระบอกน้ำ/ขวดน้ำส่วนตัวไปด้วย เอาไปกรองน้ำได้  น้ำกรองอย่างดี มีหลายจุด แต่ต้องต่อคิว แต่ละจุด แต่ละช่วงเวลาคนเยอะน้อยไม่เท่ากัน ถ้าขี้เกียจรอ มีน้ำเปล่าขายในงานได้ ขวดละ 2$ ควรกินน้ำให้เยอะๆ ไม่งั้นอาจจะเป็นลม
อย่าลืมเอา ID/Passport ไปด้วย เค้าจะขอตรวจก่อนเข้าโซนขาย Alcohol
ในงานมีจุด charge แบตเยอะมากไปต้องห่วง ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอจนเอียนกันไปเลย จริงๆเอาแค่ Power Bank ไปเผื่อ 1 ก้อน จะอยู่ได้ 1 วัน โดยไม่ต้องไปชาร์ตตามจุด
งานเริ่ม 11 โมง ถึงประมาณตี 1 ไม่ควรไปงานเย็นมาก อุตส่าห์เสียเงินมาทั้งที ต้องไปใช้ชีวิตกันซะหน่อย ในงานไม่ได้มีแต่คอนเสิร์ตอย่างเดียว ยังมีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำด้วย เช่น มีผลงานศิลปะให้ดูให้เล่น มีป๊อปอัพคาเฟ่ร้านกาแฟ มีของขาย ของกิน (ต่อแถวนานช่วงพีคค) จริงๆแค่ไปนั่งๆนอนๆเดินๆชิลๆดูคนในงานแต่งตัวก็เพลินแล้ว
แพลนเวลาให้ดี ดู Timeline ตารางเวลาเล่นศิลปินไปเลย (ประกาศก่อนงานวันแรกประมาณ 3-4 วัน) เผื่อเวลาเบรคกินข้าวไว้ด้วย ว่าวันนี้จะกินข้าวช่วงไหน จะดูศิลปินอะไรบ้าง ไม่ควรไปกางดูตารางตอนนั้น อาจจะพลาดอะไรเด็ดๆก็ได้ (ทุกเวทีเล่นตรงเวลามาก)
ถ้าศิลปินที่อยากดูชนกัน ไม่ควรรักพี่เสียดายน้อง ให้เลือกดูอันใดอันหนึ่งไปเลย ไม่งั้นอาจจะพลาดหมด เพราะเดินจากเวทีนึงไปอีกเวทีนึงฝ่าฝูงชนเข้าออก ก็หายไปประมาณ 10-15 นาที แล้ว ปกติศิลปินเล่นประมาณ 55 นาที ถ้าไม่ใช่ Headliner เล่นปิดเวทีใหญ่จะเล่นประมาณ 2 ชม. และปกติเพลงดังๆโดนๆมักจะเล่นเป็นเพลงสุดท้าย
สำหรับศิลปินที่อยากดู เราควรไปถึงที่เวทีก่อนเวลาเล่น 10-20 นาที หรือศิลปินก่อนหน้าเล่นจบพอดีเลยก็จะดีมาก เพราะถ้าไปช้า บางเวทีต้องยืนนอกเต้นท์ เข้าไม่ได้ก็มี หรือยืนอยู่หลังมากๆ จะเสียอรรภรสในการรับชม
ที่งานจะไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ เวลาหลง ให้ Text บอกเวลาที่ส่ง สถานที่และเวลานัดพบไว้เลย เพราะบางที Text delay มาก ถ้าไม่ระบุเวลาอาจจะไปรอกันเก้อหรือหากันไม่เจอ
อาหารในงานอร่อยมาก มีอาหารจากทุกประเทศและทุกประเภท ควรลองกินให้หมด มีผัดไทด้วย 555
อากาศตอนกลางวันเหมือนเมืองไทยประมาณ 32-37 องศา ร้อนแต่มีลมเย็นๆพัดตลอด ไม่อบอ้าว แต่ตอนกลางคืนอุณหภูมิจะดรอปเหลือ 18-12 องศา ส่วนตัวรู้สึกหนาว ควรเตรียมแจ็คเก็ตไปเผื่อ ไม่งั้นวันรุ่งขึ้นจะป่วย
Shuttle ตอนขาไปงาน จะจอดที่จุดจอด Shuttle แรกสุดของ Route นั้น แล้วไปส่งที่งานเลย ไม่แวะรับคนจากจุดอื่น แต่ขากลับจะแวะดรอปตามจุดต่างๆตาม Route ที่แจ้งไว้
ขากลับไม่ต้องกลัวตกรถ Shuttle เพราะว่ารถจะวิ่งไปเรื่อยๆ จนหลังจากศิลปินสุดท้ายของวันเล่นเสร็จไปอีก 30 นาที ซึ่งเราดูจนถึงศิลปินสุดท้ายตลอดทั้ง 3 วัน ไม่เคยตกรถเลย ดังนั้นไม่ต้องห่วง
อย่าลื่ม Download App Coachella ในมือถือทั้ง Andriod หรือ iOS มาด้วย ใน App จะแจ้งข่าวสารอัพเดท บอกเวลาเล่นของศิลปิน สามารถเลือกศิลปินที่จะดูแล้วทำเป็นตารางเวลา แชร์ตารางของเพื่อนมาเทียบกับของเราได้ด้วย มีแผนที่ในงาน ตำแหน่งร้านอาหาร แจ้งไว้หมด สะดวกสบายมาก
ช่วงไหน ไม่รู้จะทำอะไร เดินมั่วๆ ลองไปดูไปฟังศิลปินที่ไม่รู้จักบ้าง กลับมาอาจจะได้ศิลปินที่ชอบเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
ปล่อยกายปล่อยใจไปกับบรรยากาศในงาน เราคงไม่ได้มีโอกาสได้มางานแบบนี้บ่อยๆ เอาให้เต็มที่ คิดซะว่าเรามาครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่รู้จะได้มาอีกทีเมื่อไหร่ ถือซะว่าเป็น Once in a Lifetime Experience กลับบ้านมาจะได้ไม่เสียดายทีหลัง

จบแล้ว Survival Guide สำหรับคนที่กำลังจะไปเดือนหน้า ขอให้สนุกมากมากกกกกกกกกกกกกนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s